บทความที่น่าสนใจ

การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น

 เนื้อหาจะเป็นการแนะนำ การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ต่าง ๆ ที่จำเป็น ตั้งแต่การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การจับเม้าส์ การกดปุ่มบนเม้าส์ ตลอดจนการเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมา การปิดโปรแกรมต่าง ๆ เมื่อไม่ใช้งาน การแก้ไขเครื่องในกรณีเครื่องเกิดอาการ Hang การปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง
การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

1.       ตรวจสอบปลั๊กเสียก่อนว่า เสียบเรียบร้อยดีหรือไม่

2.       ที่จอภาพ กดสวิทซ์ เพื่อเปิดจอภาพ

3.       ที่ CPU. ด้านหน้า จะมีสวิทซ์ เพื่อเปิดเครื่อง (กดเบา ๆ )

4.       เมื่อเปิดเครื่องแล้ว รอสักครู่ ที่จอภาพจะมีข้อความเพื่อตรวจสอบระบบต่าง ๆ

5.       จากนั้น จะมีเสียง 1 ครั้ง

6.       ที่หน้าจอภาพจะขึ้นคำว่า Windows เป็นการเริ่มต้นการใช้เครื่อง เพราะเครื่องจะต้องเรียกโปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า Windows เสียก่อน (จะใช้เวลาประมาณ 3 นาที)

7.       จากนั้นหน้าจอภาพจะมีโปรแกรมต่าง ๆ อยู่ด้านซ้าย และด้านล่างจะมีแถบ Task Bar ให้เราทำงานได้


สุดยอดโปรแกรมสร้างวีดีโออย่างง่าย

1 PhotoStage Slideshow Producer Free 2.21
2.  CyberLink PowerDirector 11.0 Build 3026
3. VideoSpirit Pro 1.88
4. Windows Live Movie Maker 2012 16.4.3508.205
5. Nero Video 12.0.00700
6. CyberLink PowerDirector 10.0.0.1424 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่เร็วที่สุด เพียงคลิกเดียว

7. Windows Movie Maker 2.6 ดาวน์โหลดฟรีโปรแกรมสร้างวีดีโอ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

กฏหมายคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ปี 2554

1. เพิ่มนิยาม “ผู้ดูแลระบบ”

มาตรา4 เพิ่ม นิยามคำว่า “ผู้ดูแลระบบ” คือ“ ผู้มีสิทธิเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์  ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น”
    ร่างฉบับใหม่ที่เพิ่มนิยามคำว่า “ผู้ดูแลระบบ” ขึ้นมานี้ ความถึงเจ้าของเว็บไซต์ เว็บมาสเตอร์ แอดมินระบบเครือข่าย แอดมินฐานข้อมูล ผู้ดูแลเว็บบอร์ด บรรณาธิการเนื้อหาเว็บ เจ้าของบล็อก
    ร่างกฎหมายนี้ ตัวกลางต้องรับโทษเท่ากับผู้ที่กระทำความผิด

2. คัดลอกไฟล์ จำคุกสูงสุด 3 ปี

มาตรา16 เพิ่มมาว่า “ผู้ใดสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
     การทำสำเนาคอมพิวเตอร์ อาจหมายถึงการคัดลอกไฟล์ การดาว์นโหลดไฟล์จากเว็บไซต์ต่างๆ มาตรานี้มีไว้ใช้เอาผิดการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์หรือเพลง แต่การเขียนเช่นนี้อาจกระทบไปถึงการแบ็กอัปข้อมูล การเข้าเว็บแล้วเบราว์เซอร์ดาว์นโหลดมาพักไว้ในเครื่องโดยอัตโนมัติหรือที่ เรียกว่า “แคช”  ซึ่งผู้ใช้อาจมิได้มีเจตนาหรือกระทั่งรับรู้ว่ามีกระทำการดังกล่าว

ประเด็นที่ 3 มีไฟล์ลามกเกี่ยวกับเด็ก ผิด

มาตรา25 “ผู้ ใดครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งมีลักษณะอันลามกที่เกี่ยวข้องกับเด็กหรือ เยาวชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

4. มีไฟล์ลามกเกี่ยวกับเด็ก ผิด

มาตรา24 (1) นำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความ ตื่นตระหนกแก่ประชาชน
     เป็นการรวมเอาข้อความในมาตรา14 (1) และ (2) ของ กฎหมายปัจจุบันมารวมกัน  มาจากความพยายามเอาผิดกรณีการทำหน้าเว็บเลียนแบบให้เข้าใจว่าเป็นหน้าเว็บ จริงเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล (phishing) จึง เขียนกฎหมายออกมาว่า การทำข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมถือเป็นความผิด แต่เมื่อแนวคิดนี้มาอยู่ในมือนักกฎหมายและเจ้าหน้าที่ ได้ตีความคำว่า “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม” ใหม่ เป็นเรื่องการเขียนเนื้อหาอันเป็นเท็จ และนำไปใช้เอาผิดฟ้องร้องกันในเรื่องการหมิ่นประมาท ร่างนี้ได้ปรับถ้อยคำใหม่ และกำกับด้วยความน่าจะเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่น ตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกสูงสุด ห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

5. ดูหมิ่น ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

มาตรา26 ผู้ ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือข้อมูลอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้บุคคลอื่นเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย หรือเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นข้อมูลที่แท้จริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6. ส่งสแปม ต้องเปิดช่องให้เลิกรับบริการ

มาตรา21 ผู้ ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนตามหลักเกณฑ์ที่ รัฐมนตรีประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ทางการค้าจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเดือดร้อนรำคาญ และโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    ทั้ง นี้ ยังต้องตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากการส่งข้อมูลดังกล่าว แม้จะเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเดือดร้อนรำคาญ แต่ไม่ได้ทำไปเพื่อประโยชน์ทางการค้า ก็จะไม่ผิดตามร่างฉบับใหม่นี้

7. เก็บโปรแกรมทะลุทะลวงไว้ คุกหนึ่งปี

มาตรา23 ผู้ ใดผลิต จำหน่าย จ่ายแจก ทำซ้ำ มีไว้ หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ชุดคำสั่ง หรืออุปกรณ์ที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความ ผิดตามมาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 19 และมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

8. เพิ่มโทษผู้เจาะระบบ

     กรณีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ร่างกฎหมายใหม่เพิ่มเพดานโทษเป็นจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท(เพิ่มขึ้น 4 เท่า)

9. ให้หน้าที่หน่วยใหม่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

ร่าง กฎหมายนี้กำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานซึ่งมีชื่อว่า “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)” เรียกโดยย่อว่า “สพธอ.” และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Electronic Transactions Development Agency (Public Organization)” เรียกโดยย่อว่า “ETDA” เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงไอซีที

10. ตั้งคณะกรรมการ สัดส่วน 8 – 3 – 0 : รัฐตำรวจ-ผู้ทรงคุณวุฒิ-ประชาชน

ร่าง กฎหมายนี้เพิ่มกลไก“คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทาง คอมพิวเตอร์” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นรองประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้ อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยระบุตัวบุคคลจากผู้มี ความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านกฎหมาย วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การเงินการธนาคาร หรือสังคมศาสตร์จำนวนสามคน โดยให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี
    คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่แต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ออกระเบียบ ประกาศ ตามที่กำหนดในพ.ร.บ.นี้ และมีอำนาจเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐาน รวมถึง “ปฏิบัติการอื่นใด” เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ โดยให้ถือว่าคณะกรรมการและอนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา


8 วิธีดูแลรักษาข้อมูล


"ฮาร์ดดิสก์" คืออุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ เพราะถูกสร้างขึ้นสำหรับใช้เก็บข้อมูลของระบบปฏิบัติการรวมถึงข้อมูลจำนวน มหาศาลของผู้ใช้งาน  หากเจ้าของเครื่องหรือผู้ใช้ ไม่ทราบวิธีการดูแลคอมพิวเตอร์เบื้องต้นเลย ก็เปรียบดังการใช้รถทุกวันโดยไม่เคยเข้าศูนย์บริการและบำรุงรักษาตามระยะ ทาง  คอมพิวเตอร์ก็เหมือนดังรถยนต์ที่ต้องการการบำรุงรักษาตามความเหมาะสมเช่นกัน
แต่ปัญหาคอมพิวเตอร์เสียและฮาร์ดดิสก์ พังจนไม่สามารถอ่านข้อมูลสำคัญข้างในได้นั้น จะสร้างความโกลาหลและความเจ็บปวดได้มากกว่ารถเสียหลายเท่า เมื่อถึงเวลาที่จะต้องนำเสนอโครงการหรือข้อมูลธุรกิจที่สำคัญ ให้กับเจ้านาย หรือลูกค้า!ต่อไปนี้คือวิธีการ บำรุงรักษาคอมพิวเตอร์เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และฮาร์ดดิสก์ได้รับการดูแลย่างเหมาะสม มีความปลอดภัยต่อข้อมูลมากขึ้น สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองดังนี้

สแกนหาไวรัส
ลบไฟล์ขยะ หรือไฟล์ที่ไม่ได้ใช้
เทขยะอย่าให้เหลือไฟล์ตกค้าง
กำจัดขยะในซอกหลืบ
ทำการสแกนดิสก์
เลือกแหล่งจ่ายไฟที่มีคุณภาพ
ไม่เคลื่อนย้ายคอมพิวเตอร์ขณะทำงาน
สำรองข้อมูล

สำรองข้อมูล

ควรหาโปรแกรมป้องกัน Virus ติดตั้งไว้ในเครื่อง ถึงแม้ว่าจะเป็น Freeware ก็ยังดีกว่าไม่มี โดยจะต้องตรวจสอบวันที่ล่าสุดของฐานข้อมูลไวรัส (Virus Definition) อีกด้วย เพราะถ้าเก่าเกินกว่า 15-30 วัน ก็ควรรีบทำการอัพเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อการป้องกันที่เต็มประสิทธิภาพ จากนั้นทำการสแกนฮาร์ดดิสก์ และทยอยสแกนอุปกรณ์บันทึกข้อมูลอื่นๆ ทั้งหมดที่ใช้งานอยู่ด้วยเช่นกัน

เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกใช้งานมานานเท่าใด ไฟล์ข้อมูลเก่าๆ ก็จะถูกเก็บเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้นโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูลเก่า โปรแกรมเก่า ไฟล์ชั่วคราว หรือไฟล์ที่ถูก Download ลงมาจากการท่องอินเทอร์เน็ต รวมทั้งไฟล์ที่ตกค้างจากการติดตั้งโปรแกรมในโฟลเดอร์เก็บไฟล์ชั่วคราวของ วินโดว์สอีกด้วย ไฟล์เหล่านี้สร้างภาระให้กับฮาร์ดดิสก์และคอมพิวเตอร์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น ซึ่งวิธีการง่ายๆ ในการกำจัดไฟล์เหล่านี้ ก็คือการสละเวลา นั่งพิจารณาและลบไฟล์เหล่านั้นด้วยตนเอง หรือการใช้ยูทิลิตี้ Disk Cleanup ของวินโดว์สก็สามารถทำได้สะดวกเช่นกัน

กรณีที่คุณ Delete ไฟล์ข้อมูลนั้นๆ ไฟล์ของคุณจะยังไม่ถูกลบออกไปจากฮาร์ดดิสก์จริง แต่วินโดว์สจะระบุว่าไฟล์ที่คุณลบนั้น กลายเป็นไฟล์ที่อยู่ในถังขยะ (Recycle Bin) เผื่อกรณีที่คุณเกิดเปลี่ยนใจหรือตัดสินใจผิด ก็สามารถเรียกคืนไฟล์เหล่านั้นคืนมาจาก Recycle Bin ได้ ซึ่งการลบแบบ Delete นั้นไม่ได้เป็นการเพิ่มพื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์แต่อย่างใด  ดังนั้นหากคุณมั่นใจว่าไม่ใช้งานไฟล์เหล่านั้นแล้ว คุณสามารถลบไฟล์แบบถาวรเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างของฮาร์ดดิสก์ให้มากขึ้นได้อีก ด้วยโดย การคลิกขวาที่ไอคอน Recycle Bin แล้วเลือกคำสั่ง Empty Recycle Bin เพื่อกำจัดไฟล์ขยะดังกล่าว

แม้ว่าคุณจะทำการลบไฟล์ขยะด้วยตัวเองไป แล้ว แต่ก็ยังอาจมีเศษไฟล์ขยะจาก สปายแวร์หรือแอดแวร์ต่างๆ ที่มองไม่เห็นตกค้างอยู่ในฮาร์ดดิสก์ของคุณอีกมากมาย ซึ่งต้องใช้โปรแกรมพิเศษอย่างเช่น Ad-aware หรือ Spybot Search & Destroy ที่หาดาวน์โหลดได้ฟรีจากอินเทอร์เน็ต มาช่วยกำจัดไฟล์เหล่านี้ ที่สำคัญคืออย่าลืมอัพเดตฐานข้อมูลให้กับโปรแกรมดังกล่าวก่อนเริ่มทำการสแกน ระบบด้วย เช่นกัน

คุณคงเคยได้ยินคำว่า Bad Sector มาบ้างแล้ว มันคือปัญหาที่เกิดจากพื้นที่เก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ที่เล็กระดับ Sector เกิดบกพร่องเสียหาย และถูกใช้คำแทนจุดบกพร่องนั้นๆ ว่า "Bad Sector" ซึ่งมีความหมายว่า บริเวณพื้นผิวของจานแม่เหล็กเกิดความเสียหายจนไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ ซึ่งวิธีการแก้ไขเบื้องต้นนั้น คือการใช้ยูทิลิตี้ Scandisk ของวินโดว์ส ในการตรวจสอบหาจุดที่เกิด Bad Sector และย้ายข้อมูลที่อยู่ในบริเวณนั้นๆ ไปยัง Sector อื่นๆ เพื่อความปลอดภัยของไฟล์ข้อมูล โดยในหน้าต่างยูทิลิตี้ Scandisk นั้นให้คุณเลือกอ็อพชั่น Scan for and attempt recovery of bad sectors และควรปิดการทำงานของสกรีนเซฟเวอร์ก่อนเริ่มทำการ Scandisk อีกด้วย

ปลั๊กไฟและสายไฟที่ไม่มีคุณภาพ รวมถึง Power Supply ที่ไม่ได้คุณภาพในเครื่องคอมพิวเตอร์ อาจทำให้เกิดไฟดับ ไฟกระชาก ในขณะที่ฮาร์ดดิสก์และคอมพิวเตอร์กำลังทำงาน ซึ่งเป็นเหตุให้ฮาร์ดดิสก์เสีย ข้อมูลหายได้!  ดังนั้นการเลือกใช้ปลั๊กไฟที่มีคุณภาพ มีความแน่นหนาและจัดเก็บเป็นระเบียบ จะช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลหายจากปัญหาฮาร์ดดิสก์เสียเพราะระบบไฟฟ้าได้มาก  การจัดหาเครื่องสำรองไฟ UPS มาต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ เป็นหนทางป้องกันปัญหาที่เหมาะสมที่สุดอีกทางหนึ่ง

สาเหตุหลักที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์เสียจน ข้อมูลหายอีกประการหนึ่งคือ หัวอ่าน ( Read Write Head ) ครูดไปกับจานบันทึกข้อมูล อันเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายคอมพิวเตอร์ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน โดยเฉพาะโน๊ตบุ๊ค ที่สามารถจะเคลื่อนย้ายได้บ่อย... เพราะว่าหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์นั้น ( Read Write Head ) จะลอยชิดอยู่เหนือจานบันทึกข้อมูลเพียงแค่ 1ใน 200 ส่วนของความหนาของเส้นผมมนุษย์เท่านั้น ดังนั้น การเคลื่อนย้ายเครื่อง หรือเครื่องถูกกระแทกในขณะที่ฮาร์ดดิสก์หมุนทำงานอยู่นั้น อาจจะทำให้หัวอ่าน ตะวัด ลงไปข่วนบนจานบันทึกข้อมูลได้ และสะสม Bad Sector ไว้ทีละน้อย โดยที่เราไม่รู้ตัว จนกระทั่ง ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และเป็นเหตุให้ข้อมูลหาย



ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีในการผลิตฮาร์ดดิสก์ จะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และก้าวหน้ากว่าเมื่ก่อนมาก แต่ก็ไม่มีฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อใด ที่มีความคงทนถาวร โดยมันจะมีอายุงานและการเสื่อมสภาพเหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆ ทั่วไป และโดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุสูงมากๆ ระดับหลายร้อย Gigabyte ไปจนถึง Terabyte ที่มีใช้แพร่หลายในปัจจุบันนั้น มีโอกาศเสี่ยงที่จะเกิด Bad Sector มากกว่าฮาร์ดดิสในสมัยก่อนมาก เนื่องจากการออกแบบส่วนประกอบภายในให้เล็กลง แต่มีความจุสูงมากขึ้น ในขณะที่ขนาดภายนอกยังดูเท่าเดิม นั่นเอง  สิ่งที่คุณควรทำให้เป็นกิจวัตรก็คือการสำรองข้อมูลสำคัญต่างๆ ไว้ที่อื่น เช่นเก็บไว้ในแผ่นซีดี ดีวีดี หรือ ฮาร์ดดิสก์ลูกอื่นที่ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ตัวที่ใช้งานหลัก รวมถึงการสำรองข้อมูลไว้ใน Thumb Drive ที่มีความจุสูง หรือแม้กระทั่ง วิธีการแนบไฟล์งานส่งไปเก็บไว้ใน Email ส่วนตัวหลายๆ ที่ ก็เป็นหนทางที่ดีเช่นกัน   สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความอุ่นใจและลดความสูญเสียได้ในระดับหนึ่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน กรณีฮาร์ดดิสก์เสีย ข้อมูลหายขึ้นมา

10 วิธีง่ายๆ ในการดูแลคอมพิวเตอร์ของคุณ

1.ทำความสะอาดคอมพิวเตอร์บ้าง : วิธี การทำความสะอาดคอมพิวเตอร์นั้นไม่ยากอย่างที่เราคิดครับ แต่ก็ต้องทำให้ถูกหลักด้วยนะครับ เริ่มจากการถอดปลั๊กไฟก่อน และทำความสะอาดโดยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเปล่า หรือน้ำยาทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ เช็ดส่วนต่างๆที่เป็นตัวเครื่องหรือกรอบหน้าจอ เมาส์ คีย์บอร์ด รวมถึงสายไฟคอมพิวเตอร์
2.เป่าฝุ่นหรือกำจัดฝุ่นที่อยู่บนตัวเครื่อง : สำหรับวิธีนี้แนะนำให้ใช้แปลงทาสีที่มีขนอ่อนๆ อาจจะเป็นแปรงด้ามไม้ไผ่หาซื้อได้ตามร้านวัสดุก่อสร้างครับ เพราะหน้าจอหรือตัวเครื่องบางรุ่น หากใช้แปรงที่มีขนหนาอาจทำให้เป็นรอยได้ อย่าลืมใส่ผ้าปิดจมูกก่อนทำความสะอาดนะครับถ้าใครมีเครื่องเป่าฝุ่นหรือเป่า ลม สามารถเป่าเครื่องได้นะครับเพื่อไล่ฝุ่นออกจากคอมพิวเตอร์
3.ตรวจเช็คความเรียบร้อยภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ : วิธี นี้อาจยุ่งยากหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดในด้านการช่างครับ เพราะต้องทำการเปิดฝาเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะต้องไขน็อตที่ล็อกฝาข้างอยู่ ควรตรวจเช็คพัดลมระบายความร้อนและสายไฟที่อยู่ภายในครับว่ายังอยู่ในสภาพที่ ใช้งานได้ดีอยู่หรือเปล่าเพราะความร้อนก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ คอมพิวเตอร์เสียได้เพราะอุปกรณ์สึกหรอ
4.จัดวางคอมพิวเตอร์ให้ถูกหลัก : สำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ การจัดวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรวางให้ห่างจากกำแพง หรือมีช่องว่างด้านหลังจอประมาณ 1 ไม้บรรทัด ครับเพราะความร้อนที่กระจายออกมาจะได้มีการระบายที่โล่งและไม่เกิดอุณหภูมิ สูง รวมถึงตัวเคสคอมพิวเตอร์ก็ควรตั้งในที่มีช่องระบายความร้อนให้ลมสามารถพัด เข้า-ออกได้  ผู้ที่ใช้โน้ตบุ้คก็เช่นเดียวกันครับ ควรยกระดับด้านล่างของโน้ตบุ้คให้มีช่องว่างระบายอากาศด้านล่างด้วย เนื่องจากโน้ตบุ้คจะมีความร้อนที่สูงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป แนะนำให้หาพัดลมตัวเล็กๆ หรือพัดลมตั้งพื้นเป่าจะแน่นอนสุดครับ เย็นทั้งคนและเครื่อง
5.เข้าศูนย์หรือร้านซ่อมคอมใกล้บ้าน : วิธีนี้สำหรับคนที่ไม่สะดวกในการจัดการคอมพิวเตอร์ก็ต้องฝากให้เป็นงานของ ช่างคอมพิวเตอร์ช่วยตรวจสอบกันว่าอุปกรณ์ต่างๆยังอยู่ในสภาพดีไหม ก่อนตรวจเช็คสอบถามราคาในการดำเนินการก่อน
6.จัดการไฟล์ที่ไม่ได้ใช้แล้วหรือไม่สำคัญ : ไฟล์ ต่างๆที่เราดาวน์โหลดมาหรือเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หากไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือไม่สำคัญก็ควรลบทิ้งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ เพราะจะทำให้ไม่หนักเครื่องในส่วนของหน่วยความจำ จะได้พร้อมและมีทีว่างรับข้อมูลใหม่
7.จัดระเบียบโฟลเดอร์ต่างๆ : ในส่วนนี้จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและช่วยในเรื่องการทำงานของเราได้เลยครับ เพราะหากเราจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ต่างๆให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เวลาที่หาไฟล์ต่างๆก็จะสะดวกมากขึ้น เครื่องก็จะทำงานไม่หนัก
8.กำจัดและสแกนไวรัสในคอมพิวเตอร์ : วิธี นี้อาจต้องใช้เวลาหน่อยครับเพราะแน่นอนว่าสำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์มานาน ข้อมูลต่างๆรูปภาพไฟล์เพลง งานต่างๆมากมายที่อยู่ในเครื่องมาจากหลากหลายที่ ทำให้มีไวรัสแฝงตัวอยู่ในโฟลเดอร์ต่างทั้งที่เราไม่รู้บ้าง ยิ่งข้อมูลมากยิ่งใช้เวลาสแกนนานมากขึ้น ลองหาโปรแกรมสแกนไวรัสสักตัวอย่างเช่น nod32 เพื่อให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่มีปัญหา
9.ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานทิ้ง : หากเรารู้ว่าโปรแกรมไหนที่เราไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือเกมส์ต่างๆที่เราลงไว้ในคอมพิวเตอร์ไม่ได้เล่นเราควรจะลบออกครับเช่น เดียวกับโฟลเดอร์และไฟล์ เพราะจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไม่ทำงานหนักที่ต้องเตรียมโปรแกรม ต่างๆคอยเสิร์ฟเวลาที่เราจะใช้งาน
10.หมั่นหาวิธีหรือการใช้งานที่ถูกต้อง : จริงๆแล้ววิธีนี้ก็คือการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องตามพื้นฐานครับ เพราะถ้าเราไม่รู้หลักในการใช้งานแล้ว ตั้งแต่ข้อ 9 จนถึง 1 ที่กล่าวมาก็อาจทำให้เราละเลยในการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์จากการใช้งานที่ไม่ ถูกต้องได้ ไม่ยากครับเพียงแค่เราคอยเอาใจใส่ทั้งตัวเราและคอมพิวเตอร์ ต้องเริ่มจากตัวเราก่อนครับเพราะถ้าเราไม่ดูแลสุขภาพตัวเราก่อน เวลาที่เราจะดูแลคอมพิวเตอร์ก็จะมีน้อยลง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น